ถังเก็บน้ำหรือแทงค์น้ำ เป็นสิ่งที่ควรถูกวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น ว่าควรจะตั้งอยู่ตำแหน่งไหนของบ้าน ยิ่งไปกว่านั้นคือจะใช้ “ถังเก็บน้ำชนิดบนดิน” หรือ “ถังเก็บน้ำชนิดใต้ดิน” หากตัดสินใจไม่ถูก ไปดูข้อดีและข้อเสียของถังเก็บน้ำแต่ละแบบ เพื่อเป็นตัวช่วยตัดสินใจกันค่ะ

1.ถังเก็บน้ำบนดิน
ถังเก็บน้ำบนดิน เป็นถังเก็บน้ำประเภทที่ใช้ติดตั้งบนพื้นที่เสริมฐานรองรับน้ำหนักตามขนาดของถังน้ำเพื่อป้องกันการทรุดตัวหากตำแหน่งที่ว่างมีพื้นดินเปียกตลอดเวลาหรือมีโอกาสเกิดดินทรุดตัว โดยข้อดีคือสามารถติดตั้งระบบและดูแลรักษาได้ง่าย มีราคาค่าติดตั้งที่ถูกกว่าแบบใต้ดิน แต่มีข้อเสียคือ อุณหภูมิของน้ำจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ ในบางรุ่นที่ผลิตจากพลาสติกโปร่งแสงจะทำให้เกิดตะไคร้น้ำขึ้นภายในถัง และต้องใช้พื้นที่ในการวางตัวถัง โดยถังเก็บน้ำบนดินนั้นมีให้เลือกทั้งถังเก็บน้ำแบบผลิตจากพลาสติก และถังเก็บน้ำสแตนเลสซึ่งทั้งสองประเภทมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันดังนี้

  • ถังเก็บน้ำบนดิน พลาสติก เป็นถังเก็บน้ำที่ผลิตจากพลาสติกที่มีหลายเกรดเช่น พลาสติกPE และธรรมดาและพลาสติกโพลีเอทีลีน ซึ่งมีความทนทานกว่าพลาสติกทั่วไป มีข้อดีคือน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายทำความสะอาดได้สะดวก ราคาไม่สูงมาก และไม่ก่อให้เกิดสนิม มีข้อเสียคือถังน้ำในบางรุ่นที่มีความโปร่งแสงทำให้ก่อให้เกิดตะไคร้น้ำได้
  • ถังเก็บน้ำสแตนเลส เป็นถังเก็บน้ำที่ผลิตจากสแตนเลส มีข้อดีคือแข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน ไม่ก่อให้เกิดตะไคร้น้ำเพราะตัวถังมีความทึบแสง มีรูระบายน้ำที่ก้นถังสามารถระบายน้ำได้สะดวก ข้อเสียคือ หากเลือกใช้ถังน้ำสแตนเลสที่ไม่ได้คุณภาพหรือใช้ถังน้ำบรรจุน้ำกร่อยจะก่อให้เกิดคราบสนิมซึ่งเป็นอันตรายในการใช้งาน มีน้ำหนักมาก เคลื่อนย้ายไม่สะดวก
    โดยคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ในบางแบรนด์ก็ได้เพิ่มมีนวัตกรรมเสริมเพื่อลดข้อเสียข้อถังเก็บน้ำเช่น การผลิตถังน้ำพลาสติกแบบทึบแสงช่วยลดการเกิดตะไคร้น้ำ การออกแบบรูปทรงถังน้ำให้เหมาะสมกับสถานที่การติดตั้ง การใช้สแตนเลสที่มีคุณภาพเพื่อไม่เกิดคราบสนิมที่เป็นอันตราย เป็นต้น ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อถังน้ำในแบรนด์ที่ได้คุณภาพเพื่อให้ได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพและการใช้งานที่ยาวนานและปลอดภัยยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ

2.ถังเก็บน้ำใต้ดิน

ถังเก็บน้ำใต้ดินคือ ถังเก็บน้ำที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน

ข้อดีคือ •ประหยัดพื้นที่ในการวางตัวถัง เพราะถูกฝังอยู่ใต้ดินเหมาะกับสถานที่ที่มีพื้นที่น้อย •ไม่ก่อให้เกิดตะไคร้น้ำ เพราะตัวถังไม่ถูกแสงแดดส่องถึงรวมถึงมีอุณหภูมิน้ำที่คงที่ไม่เปลี่ยนไปตามสภาพอากาศมากนัก

ข้อเสียคือ •ติดตั้งยาก ต้องใช้เวลา •ค่าใช้จ่ายมาก ถ้าติดตั้งไม่ดีหรือไม่มีการเทคานรับน้ำหนักตัวถังอาจทรุดหรือเสียหายได้ โดยถังเก็บน้ำใต้ดินมี 2 ประเภทคือ แบบคอนกรีตและแบบพลาสติกโดยแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียดังนี้ -ข้อดี คือ ถังเก็บน้ำใต้ดินแบบคอนกรีต เป็นการสร้างบล็อกเก็บน้ำโดยเทคอนกรีตเป็นบ่อสี่เหลี่ยมมีฝาปิดตามขนาดที่ต้องการ มีข้อดีคือแข็งแรง ทนทานใช้งานยาวนาน ไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนและสามารถเลือกขนาดได้ตามต้องการ -ข้อเสีย คือ ต้องมีการใช้วัสดุกันซึมให้ดีเพราะมีโอกาสที่น้ำจะรั่วซึมได้ง่าย และมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสูง ถังเก็บน้ำใต้ดินแบบพลาสติกสำเร็จรูป เป็นถังเก็บน้ำที่ผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูงเพราะต้องทนกับแรงกดดันของพื้นดินเมื่อฝังอยู่ใต้ดิน -ข้อดี คือ ทนทานใช้งานยาวนาน สะอาดปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน อุณหภูมิน้ำคงที่ ประหยัดพื้นที่ใช้สอยบนพื้นดิน ตัวถังไม่รั่วซึมง่ายเหมือนแบบคอนกรีต แต่มีข้อเสีย คือ ควรเลือกสินค้าที่มีคุณภาพแข็งแรงทนทานเพื่อให้ตัวถังสามารถรับแรงกดและกระแทกได้ดี ดูแลรักษายากและมีราคาสูง

  ถังน้ำแต่ละชนิดนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันโดยสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมหากเลือกใช้ผิดประเภทหรือใช้งานเพื่อที่ใช้งานไม่เหมาะกับถังน้ำที่ซื้อมาจะก่อให้เกิดข้อเสียมากกว่าข้อดี ซึ่งถังน้ำในแต่ละประเภทนั้นมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันดังนั้นจึงควรใช้งานตามอายุการใช้งานที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อผู้ใช้งานนั้นเองค่ะ

ขนาดของถังเก็บน้ำ มี 2 ชนิดด้วยกัน

ถังเก็บน้ำบนดิน
จะเหมาะกับบ้านที่ค่อนข้างมีพื้นที่พอสมควรเพื่อจัดตั้งถังเก็บน้ำ ข้อดีของถังประเภทนี้คือดูแลรักษาได้ง่าย หากเกิดการชำรุดก็สามารถพบและซ่อมได้เลย ส่วนใหญ่ที่หลายคนมักกังวลคือเรื่องรูปลักษณ์ แต่ปัจจุบันหลายแบรนด์ได้ผลิตถังเก็บน้ำรูปทรงต่างๆ ออกมา มีทั้งลวดลายและสีที่หลากหลายมากขึ้น
ถังเก็บน้ำใต้ดิน
ส่วนใหญ่จะเหมาะกับบ้านหรืออาคารที่ค่อนข้างมีพื้นที่จำกัด และไม่ต้องการให้ถังเก็บน้ำตั้งอยู่บริเวณตัวบ้าน แต่การดูแลรักษาค่อนข้างยากเพราะอยู่ใต้ดิน บางครั้งหากเกิดการชำรุด อาจตรวจพบได้ยาก

แบ่งออกเป็น 4 ประเภทวัสดุ แต่วัสดุที่นิยมใช้กันส่วนใหญ่ จะเป็นถังเก็บน้ำคอนกรีต และถังเก็บน้ำพลาสติก
ถังเก็บน้ำคอนกรีตถังเก็บน้ำประเภทนี้สามารถหล่อขึ้นรูปได้ตามต้องการ แต่การใช้ถังเก็บน้ำประเภทนี้ ต้องทำระบบกันซึมเลือกวัสดุปิดผิวที่ไม่ก่อให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย
ถังเก็บน้ำพลาสติกมีให้เลือกหลากหลายในท้องตลาด ทั้งลวดลายและรูปทรง แต่สิ่งที่ต้องระวังคือหากเลือกถังเก็บน้ำพลาสติกที่ไม่ได้คุณภาพ จะเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสีได้สำหรับถังเก็บน้ำอีกประเภทที่แต่ก่อนคนนิยมใช้กันคือถังเก็บน้ำสแตนเลส แต่เมื่อใช้ไปในระยะเวลานาน จะทำให้เกิดสนิมได้ ที่คนนิยมเลือกใช้กันเพราะมีความคงทน ซึ่งปัจจุบัน เทคโนโลยีการผลิตพลาสติกมีการพัฒนาขึ้นมาก ทำให้อายุการใช้งานทนทานพอกับถังสแตนเลส
ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส ถังชนิดนี้มีความแข็งแรงทนทาน บรรจุน้ำได้หลายชนิด ส่วนใหญ่มักใช้กับโรงงานอุตสาหกรรม แต่ข้อเสียคือตัวถังอาจจะมีกลิ่นเรซิ่น และไม่เหมาะสำหรับใช้งานกลางแจ้ง เพราะจะทำให้แตกร้าวได้ง่าย
ถังเก็บน้ำสแตนเลส ถังเก็บน้ำประเภทนี้มีความแข็งแรง ทนทาน แต่ตัวถังมีข้อจำกัดเรื่องชนิดของน้ำ หากใช้บรรจุนำกร่อย เสี่ยงต่อการขึ้นสนิมค่อนข้างมาก
และมาถึงขนาดของถังเก็บน้ำที่ควรเลือกใช้จะใช้ขนาดเท่าไหร่ดีถึงจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ของคนในบ้าน เราคำนวณมาให้เรียบร้อยแล้วสำหรับบ้านพักอาศัย  แต่ถ้าใครอยากลองคำนวณเองก็ใช้สูตรนี้คำนวณได้เลย นำจำนวนคน x  200 x จำนวนวัน จะได้ปริมาณนำที่จะใช้ หรือสำหรับบางบ้านต่อคนอาจจะใช้น้ำน้อยกว่านี้ก็สามารถปรับจำนวนลิตรลงได้ให้เหมาะสมไม่จำเป็นต้องใช้ 200 ลิตร
สำหรับบ้านพักที่มีมากกว่า 2 ชั้น ในกรณีที่มีถังเก็บน้ำตั้งอยู่ชั้นล่าง เพียงอย่างเดียว ควรเลือกใช้ปั๊มน้ำเพื่อจ่ายน้ำไปยังส่วนต่างๆ ของบ้าน เพื่อไม่ให้น้ำไหลเบาเกินไป
ส่วนขนาดที่เหมาะกับอาคารพาณิชย์
สำหรับอาคารพาณิชย์ก็สามารถใช้ถังเก็บน้ำขนาดเดียวกับไซส์อาคารบ้านเรือนได้ เพียงคำนวณความต้องการสำรองน้ำ และเลือกขนาดถังที่เหมาะสม ส่วนถ้าเป็นโรงงานอุตสาหกรรมก็ปรับเปลี่ยนตามขนาดไปตั้งแต่ถังเก็บน้ำ บิ๊กแท้งค์แบบฝังดินแนวนอน ความจุ 10 ลบ.ม จนไปถึง 50 ลบ.ม
แต่สิ่งที่อาคารพาณิชย์ต้องมี คือเครื่องปั๊มน้ำเพื่อเพิ่มแรงดันจ่ายน้ำไปยังส่วนต่างๆ แค่ขนาดใหญ่ยังไม่เพียงพอ  และจะเลือกปั๊มน้ำอย่างไรให้ตอบโจทย์กับความต้องการใช้ สิ่งที่ต้องคำนึงมีดังนี้
จุดจ่ายน้ำและปริมาณน้ำที่ต้องการใช้ทั้งหมดภายในอาคาร ว่ามีปริมาณกี่ลิตรต่อนาที
จำนวนคนที่อาศัยอยู่ในอาคาร
บริเวณความสูงที่สุดของจุดจ่ายน้ำภายในบ้านเพื่อนำมาพิจารณากับปั๊มแต่ละชนิดว่ามีประสิทธิภาพพอที่จะตอบโจทย์ความต้องการการจ่ายน้ำได้หรือไม่
เท่านี้อาคารของคุณก็สามารถเลือกถังเก็บน้ำและปั๊มได้เหมาะสม กับการใช้งาน

เลือกถังเก็บน้ำ แบบไหนดี มีข้อดี ข้อเสีย อะไรบ้าง ?

การเลือกซื้อ แท้งค์น้ำ เพื่อไว้สำรองน้ำในกรณีที่น้ำประปาไม่ไหล ไม่มีน้ำใช้ น้ำประปาไหลอ่อน หรือว่า มีการซ่อมแซมท่อของการประปา

     ดังนั้นการมีถังน้ำ สำรองน้ำไว้ใช้จึงดีกว่า เพือการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันวัสดุที่นำมาผลิตเป็นถังน้ำสำเร็จรูปนั้น มีด้วยกันหลายหลายวัสดุให้เลือกใช้ อีกทั้งคุณสมบัติของแต่ละวัสดุก็จะแตกต่างกันไปตามประเภทการใช้งาน รวมถึงราคา 

     โดยหลัก ๆ แล้ววัสดุที่นำมาผลิตเป็น ถังเก็บน้ำ หรือ แท้งค์น้ำ  มีดังนี้

1. แท้งค์น้ำ สแตนเลส หรือ ถังเก็บน้ำสแตนเลส

แท้งค์น้ำ หรือ ถังเก็บน้ำสแตนเลส เป็นที่นิยมใช้กันมาอย่างยาวนานด้วยคุณสมบัติของวัสดุ และรูปทรงที่ดูสะอาด ความทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน รวมถึงด้านในมีความทึบแสงทำให้ไม่เกิดตะไคร่น้ำภายในถัง

แต่ด้วยราคาของตัววัสดุแท้งค์น้ำ ที่เป็นสแตนเลส ทำให้มีราคาสูงกว่าถังน้ำชนิดอื่น ๆ เมื่อเทียบกับ ขนาด หรือปริมาตรที่เท่ากัน (เช่น ขนาด 1000 ลิตร ราคาประมาณ 8,000 – 9,000บาท)
 
     ดังนั้นวิธีการเลือกซื้อ แท้งค์น้ำสแตนเลส นั้นให้สังเกต ที่รอยต่อ รอยเชื่อมต่าง ๆ ว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ และ ให้สังเกตสัญลักษณ์ การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่ตัวสินค้าด้วยนะครับ เพื่อที่ท่านจะได้มั่นใจในคุณภาพสินค้า

ข้อดี

1. สะอาด ดูแลรักษาง่าย ใน รุ่นพื้นนูน สามารถ ล้างทำความสะอาดภายในและระบายน้ำ และตะกอน ออกได้หมดจากตัวแท้งค์น้ำ (ควรล้างทำความสะอาดอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง)

2. แข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน

3. มีความสวยงาม เนื่องจากวัสดุสแตนเลส มีความเงางาม ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี

4. ไม่เกิดตะไคร่ภายในแท้งค์น้ำ เนื่องจากสแตนเลส เป็นวัสดุทึบแสงทำให้แสงไม่สามารถผ่านไปทำปฏิกริยากับน้ำภายในถังได้

5. น้ำหนักเบาเคลื่อนย้ายสะดวก

ข้อเสีย

  1. สามารถบรรจุได้เฉพาะน้ำประปา หรือน้ำที่ไม่มีค่าเป็นกรดเท่านั้น (ไม่สามารถบรรจุน้ำบาดาล น้ำกร่อย น้ำทะเล ได้) เนื่องจากอาจทำให้เกิดสนิมได้ง่าย
  2. ราคาสูงเมื่อเทียบกับถังเก็บน้ำประเภทอื่นๆ
  3. มีโอกาสเกิดสนิมได้ ตามรอยเชื่อม
  4. ข้อต่อที่นำมาสัมผัสกับตัวถัง ไม่สามารถใช้วัสดุที่เป็นเหล็กสัมผัสโดยตรงได้ เนื่องจากอาจทำให้เกิดสนิม (สามารถใช้ข้อต่อ สแตนเลส ทองเหลือง PVC  ได้)
  5. หากตั้งอยู่กลางแจ้ง อาจทำให้น้ำที่อยู่ภายในมีอุณภูมิสูงขึ้นได้(หรืออาจจะเป็นข้อดี ไม่ต้องเปิดเครื่องทำน้ำอุ่น ประหยัดไฟได้อีกทาง ^^)
  6. มีรูปแบบให้เลือกไม่มากนัก โดยทั่วไปจะมีให้เลือก 3 แบบ คือ     1. แท้งค์น้ำสแตนเลส แบบพื้นนูน ทรงอ้วน (เป็นแบบที่นิยมใช้งานมากที่สุด)    2. แท้งค์น้ำสแตนเลส แบบพื้นนูน ทรงสูง (เหมาะสำหรับ การตั้งในพื้นที่จำกัด เนื่องจากจะเป็นทรงผอมสูง)    3. แท้งค์น้ำสแตนเลส แบบ พื้นเรียบ (ใช้สำหรับ วางในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเรื่อง ความสูง เนื่องจากตัวแท้งค์น้ำไม่จำเป็นต้องใช้ขาตั้งในการวาง)
  1. ถังเก็บน้ำ โพลิเมอร์ ชนิดทึบแสง      วัสดุโพลิเมอร์ ปัจจุบันนิยมนำมาใช้ในการผลิตถังเก็บน้ำเป็นอย่างมากเนื่องจาก คุณสมบัติที่มีความสะอาด ปลอดภัย ทึบแสง ป้องกันรังสี uv ราคาที่ไม่สูงมากนัก (ขนาด 1000 ลิตร ราคาประมาณ 5,500 – 7,500 บาท) สีสันสวยงาม ด้วยการผสมสีด้วยวิธี Compounding (การใช้ความร้อน แรงดันบีบอัด สีให้เป็นเนื้อเดียวกันกับเม็ดพลาสติก)       ดังนั้นวัสดุชนิดนี้สีจึงไม่หลุดร่อน และไม่ต้องกังวลเรื่องสารปนเปื้อนแน่นอน อายุการใช้งานยาวนาน การรับประกันสินค้า มีตั้งแต่ 15 – 25 ปี ทั้งนี้แหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพิจรณาด้วยเช่นกัน โดยหลัก ๆ มีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
    2.1 เอลิเซอร์ (Elixir by SCG) คุณสมบัติพิเศษของ ถังเก็บน้ำ ที่ผลิตจากวัสดุเอลิเซอร์ (Elixer) คือ 1.  เป็นวัสดุ Food Contact คือเป็นวัสดุที่ได้การรับรองว่าสามารถนำมาใช้สัมผัสอาหารและน้ำดื่มได้ปลอดภัย 2.  สีไม่ซีดจาง ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ทำให้สีหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีการหลุดลอกของสี ปนเปื้อนลงในน้ำที่บรรจะภายในถังน้ำ 3. ปราศจากสารตะกั่ว และปรอท เนื่องจากใช้ส่วนผสม และสีที่มีคุณภาพสูง ไม่มีส่วนผสมของโลหะหนัก จึงไม่มีสารที่เป็นอันตรายปนเปื้อนลงในน้ำ 4. เป็นวัสดุที่มีความทึบแสง ทำให้แสงไม่สามารถลอดผ่านตัวถังเก็บน้ำได้ ทำให้น้ำที่บรรจุภายในถัง ไม่เกิดตะใคร่น้ำ ที่เป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกและเชื้อโรค 5.  ไม่มีกลิ่นรบกวน เนื่องจากผ่านการทดสอบเรื่องกลิ่นด้วยมาตรฐานเดียวกับท่อน้ำดื่ม 6. มีความแข็งแรงทนทาน ด้วยส่วนผสมของสารป้องกันรังสี UV ทำให้สามารถตั้ง ไว้กลางแจ้งได้ และตัววัสดุยังผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)

2.2 อินโนว่า (INNOVA by PTT) คุณสมบัติพิเศษของ ถังน้ำ ที่ผลิตด้วย Polyethylene Innova by Ptt Global Chemical

  1. เป็นโพลิเมอร์ คุณภาพสูง (Hexene Co-Polymer C6) มีความทนทาน หรือ ความคงทนต่อสภาพแวดล้อม สูงกว่าโพลิเมอร์ชนิดทั่วไป มากกว่า 20 เท่า 2.  Foodgrade ใหม่ 100% ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก EU Food Contact , U.S. FDA ว่าสามารถใช้เป็นวัสดุ สำหรับการบรรจุ อาหารและน้ำดื่มได้ 3.  นวัฒกรรมการผลิตแบบ Compounding ด้วยเครื่อง Extrudsion ผ่านความร้อน และความดัน ทำให้สี และพลาสติกโพลิเมอร์รวมตัวเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งจะไม่หลุดลอกออกมาปนเปื้อนกับน้ำที่บรรจุ ภายในถังเก็บน้ำ 4. ใช้สี และ Additive ต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตที่เป็น Foodgrade ทำให้ความปลอดภัย 

ข้อดี 1. มีให้เลือกหลายรูปทรง และมีสีสัน สวยงาม ทันสมัย สามารถนำไปเป็นของแต่งบ้านได้อีกแบบหนึ่ง 2. ไม่เกิดตะไคร่น้ำภายในถัง เนื่องจากเป็นวัสดุโพลิเมอร์ชนิดทึบแสง ในบางรุ่น อาจเพิ่มสารยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในเนื้อวัสดุ ทำให้น้ำมีความสะอาด ปลอดภัย 3. สามารถมั่นใจในความปลอดภัยได้เนื่องจากวัสดุเป็นสาร Food Grade ที่สามารถสัมผัสน้ำดื่มได้โดยตรง โดยไม่เกิดสารปนเปือน 4. สีสันสวยงาม ไม่ซีดจาง เนื่องจากมีสารป้องกัน UV  5. สามารถตั้งกลางแจ้งได้ (อุณภูมิน้ำภายในจะสูงขึ้นเล็กน้อย) 6. ไม่ต้องกังวลเรื่องการเกิดสนิม เพราะเป็นวัสดุ โพลีเมอร์
ข้อเสีย

  1. เนื่องจากเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ทำให้มีสินค้าออกมาให้เลือกหลายยี่ห้อ จึงอาจเกิดสินค้าลอกเลียนแบบ หรือ สินค้าที่ใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานมาผลิต อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ควรสังเกต สัญลักษณ์การรับประกันคุณภาพสินค้าให้ดี
  2. ข้อต่อต่าง ๆ เป็นวัสดุคนละชนิดกับตัวถัง อาจทำให้เกิดรอยแยก หรือ แตกร้าวได้ง่าย
  3. ก้นถังเป็นพื้นเรียบทำให้ล้างทำความสะอาดได้ยาก เนื่องจากอาจมีน้ำค้างอยู่ก้นถัง 3.  ถังเก็บน้ำ PE (ถังน้ำโพลิเมอร์ชนิดไม่ทึบแสง)
         ถังเก็บน้ำ PE (โพลิเมอร์ชนิดไม่ทึบแสง) หรือ ถัง PE สีฟ้า ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานกลางแจ้ง หรือที่ที่มีแสงส่องถึงเนื่องจาก คุณสมบัติของตัวเนื้อพลาสติกไม่มีความทึบแสงทำให้แสงสามารถลอดผ่านตัวถังเข้าไปสัมผัสกับน้ำได้ ทำให้มีโอกาสเกิดตะไคร่น้ำภายในถัง       ทั้งนี้การเลือกซื้อก็ควรจะสังเกตสัญลักษณ์ การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่ตัวสินค้าด้วยนะครับ อย่างนั้นก็มั่นใจได้ว่า จะไม่มีสารที่ปนเปื้อนมากับตัวถังน้ำ มาทำอันตรายถึงตัวท่านโดยส่วนใหญ่ถังเก็บน้ำ PE มีระยะเวลาการรับประกันสินค้าประมาณ 5 – 15 ปี

ข้อดี

  1. เป็นถังเก็บน้ำ ที่มีราคาถูก ที่สุดในกลุ่ม
  2. ไม่เกิดสนิมเนื่องจากเป็นวัสดุโพลิเมอร์ (PE)
  3. สามารถบรรจุน้ำได้หลายหลายชนิด ไม่ต้องกังวลเรื่องการเกิดสนิม เพราะเป็นวัสดุ โพลีเมอร์
  4. มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบ ถังเก็บน้ำบนดิน และถังเก็บน้ำฝังดิน
  5. มีหลายขนาดให้เลือก ตั้งแต่ถังเก็บน้ำขนาดเล็กที่ใช้ตามบ้าน จนถึงขนาดใหญ่ที่ใช้งานในส่วนอุตสาหกรรม
    ข้อเสีย
  6. มีโอกาสเกิดตะไคร่น้ำภายในถังได้เนื่องจากเป็นวัสดุที่แสงสามารถลอดผ่านได้
  7. สีจะซีดจางเมื่อใช้งานไปนาน ๆ
  8. อายุการใช้งานไม่นานมากนัก ไม่เหมาะกับการใช้งานในบ้านพักอาศัย
  9. ไม่เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง เนื่องจากอาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลง
  10. ข้อต่อต่าง ๆ ใช้ความร้อนในการเชื่อม อาจทำให้เกิดรอยแยก หรือ แตกร้าวได้ง่าย
  11. ก้นถังเป็นพื้นเรียบทำให้ล้างทำความสะอาดได้ยาก เนื่องจากอาจมีน้ำค้างอยู่ก้นถัง 4. ถังเก็บน้ำแบบไฟเบอร์กลาส
         ถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส เป็นถังน้ำที่ผลิตจากวัสดุไฟเบอร์ที่มีความแข็งแรงทนทาน ยืดหยุ่นสูง อายุการใช้งานยาวนาน สามารถรองรับแรงอัดได้ดี ปลอดภัยจากสารที่ทำให้เกิดสนิม โดยส่วนใหญ่ ถังเก็บน้ำ แบบไฟเบอร์กลาส จะนิยมใช้ในการสำรองน้ำในปริมาณมาก ๆ (ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่) เนื่องจาก ประหยัดเวลาในการก่อสร้าง สะดวก และพร้อมใช้งาน (ไม่จำเป็นต้องสร้างบ่อปูนเพื่อสำรองน้ำ) มีทั้งแบบบนดิน และ แบบฝังใต้ดิน ถังเก็บน้ำแบบไฟเบอร์กลาส มีระยะเวลาการรับประกันสินค้าประมาณ 10 ปี

ข้อดี
1. ไม่เกิดสนิมเนื่องจากวัสดุเป็นไฟเบอร์กลาส
2. สามารถบรรจุน้ำได้หลายหลายชนิด ไม่ต้องกังวลเรื่องการเกิดสนิม เพราะเป็นวัสดุไฟเบอร์กลาส

  1. มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบ บนดิน และถังเก็บน้ำฝังดิน
  2. มีหลายขนาดให้เลือก ตั้งแต่ขนาดเล็กที่ใช้ตามบ้าน จนถึงขนาดใหญ่ที่ใช้งานในส่วนอุตสาหกรรม รวมถึงระบบประปาหมู่บ้าน
    ข้อเสีย
  3. ในสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเมื่อใช้งานไประยะหนึ่งอาจเกิด ใยไฟเบอร์กลาสหลุด ออกปนในน้ำ
  4. มีน้ำหนักมาก เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนย้าย
  5. หากใช้งานกลางแจ้ง อาจทำให้ตัวถังน้ำ กรอบ แตกร้าวได้ง่าย ในสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
  6. ล้างทำความสะอาดได้ยาก เนื่องจากพื้นผิวไม่เรียบ
  7. อาจมีกลิ่นของเรซิ่นที่ใช้เคลือบผิว

การใช้ ถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ ครัวเรือน โรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม (Wastewater and Household Hazardous Waste) เป็นน้ำที่ผ่านการนําไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ และมีสิ่งเจือปนในปริมาณสูงจนกระทั่งกลายเป็นน้ำที่ไม่เป็นที่ต้องการ

ถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ แบบไร้อากาศ เหมาะกับงานประเภทใด 1.น้ำเสียจากแหล่งชุมชน (Domestic Wastewater)  เช่น เศษข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว น้ำแกง เศษพืชผัก ชิ้นเนื้อ ผงซักฟอก สบู่ ไขมัน น้ำมันเครื่อง และโลหะ รวมถึงน้ำที่ถูกปนเปื้อนมากับอุจจาระหรือปัสสาวะ เป็นต้น 2.น้ำเสียจากการเกษตรกรรม (Agricultural Wastewater) เป็นน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจกรรมทางการเกษตร เช่น สารอาหารกลุ่มไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ในปุ๋ย เป็นต้น 3.น้ำเสียจากอุตสาหกรรม (Industrial Wastewater) เป็นน้ําเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต มีองค์ประกอบแตกต่างกันไปตามประเภทของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ซึ่งอาจเป็นผลผลิตการเกษตร สารอินทรีย์เคมีหรือโลหะหนัก เป็นต้น

ข้อดีในการใช้บำบัดน้ำเสีย  คือ ลดความสกปรกของน้ำเสียให้ได้ตามมาตราฐานน้ำทิ้งก่อนระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม ระบบบำบัดน้ำเสียแบบติดกับที่สำหรับครัวเรือนที่นิยมใช้กัน

ได้แก่ บ่อดักไขมัน (Grease Trap) ระบบบ่อเกรอะ (Septic Tank) ระบบบ่อกรองไร้อากาศ (Anaerobic Filter) เป็นต้น เนื่องจากเป็นระบบที่ก่อสร้างได้ง่าย และในปัจจุบันมีเป็นการทำเป็นถังสำเร็จรูปจำหน่ายทำให้สะดวกในการติดตั้ง สำหรับอาคารพาณิชย์หรืออาคารสำนักงานขนาดใหญ่

ข้อแตกต่างระหว่าง ถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ และแบบไร้อากาศ

1.ถังบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ

เป็นถังบำบัดที่ไม่ต้องเติมออกซิเจนหรือนิยมเรียกว่า ระบบไร้ออกซิเจนหรือถังหมัก สามารถประหยัดพลังงานในการเติมอากาศและยังได้พลังงานที่เกิดจากระบบไร้ออกซิเจนได้แก่ก๊าซมีเทน(Methane gas) เป็นต้น

ต้องการพลังงานในการเดินระบบต่ำ เกิดตะกอนเหลือทิ้งที่ต้องกําจัดในปริมาณต่ำ ต้องการสารอาหารน้อย และสามารถฟื้นตัวได้เร็วเมื่อหยุดการให้น้ำเสียเป็นเวลานาน

2.ถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ

คือ ถังบำบัดน้ำเสียเติมอากาศ 10000 ลิตร ที่มีระบบเกรอะ และ กรอง อยู่ในถังเดียวกัน โดยมีท่อเติมอากาศ ที่นำอากาศจากปั๊มเติมอากาศ ( อุปกรณ์มาตราฐานที่มาพร้อมตัวถังบำบัดแบบเติมอากาศ ) เข้ามาภายในตัวถัง

เพื่อให้จุลินทรีย์ที่ใช้อากาศในการย่อยสลายของเสีย ( เป็นจุลินทรีย์แบบผง ซึ่งจะมีแถมให้พร้อมกับตัวถัง ) 5.ถังน้ำบนดิน

ถังเก็บน้ำบนดิน  คือ ถังมีความสำคัญสำหรับบ้านเรือน ช่วยสำรองน้ำไว้ใช้อุปโภค บริโภค หรือในยามฉุกเฉิน เป็นถังที่ติดตั้งอยู่เหนือพื้นดินเหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่วางถังเก็บน้ำ และสามารถติดตั้งบริเวณรอบตัวบ้านหรือบนดาดฟ้าได้  ]

ข้อดีของถังน้ำบนดิน คือ เคลื่อนย้ายได้ง่าย ทำความสะอาดง่าย บำรุงรักษาได้รวดเร็ว และมีราคาถูกกว่าถังน้ำใต้ดิน

ประเภทถังเก็บน้ำบนดินที่นิยมใช้กัน ได้แก่ ถังน้ำสเตนเลสและถังน้ำพลาสติก ติดตั้งโดยทำการลงเสาเข็มสั้นและเทฐานคอนกรีตเพื่อรองรับถังเก็บน้ำ

6.ถังน้ำใต้ดิน
คือ ถังที่ติดตั้งอยู่ใต้พื้นดิน เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ไม่ต้องการวางถังน้ำบริเวณได้ อุณภูมิน้ำไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง แต่ค่อนข้างเคลื่อนย้ายได้ยาก ทำความสะอาดรักษาบำรุงยาก และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการติดตั้งถังบนดิน
ประเภทถังเก็บน้ำใต้ดินที่นิยมใช้กัน ได้แก่ ถังน้ำคอนกรีต และถังน้ำพลาสติกชนิดติดตั้งใต้ดิน ติดตั้งโดยทำการลงเสาเข็มสั้นและเทฐานคอนกรีตเพื่อรองรับถังเก็บน้ำ
คุณสมบัติเด่นของถัง
7.1 ถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาส ตัวถังมีความแข็งแรง ทนต่อแสงแดดและแสงยูวี ทนความร้อน ไม่กรอบแตกง่าย ไม่มีการหดตัว ทนต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นสนิม
สามารถรับแรงอัดและแรงดึงได้ดี ทนทุกสภาพแวดล้อม อีกทั้งตัวถังมีน้ำหนักเบาประหยัดค่าใช้จ่าย สะดวกต่อการยก เคลื่อนย้าย ประกอบและติดตั้ง
7.2 ถังบำบัดน้ำเสียโพลีเอทิลีน ตัวถังมีความแข็งแรงทนทาน มีความยืดหยุ่นและทนแรงกระแทกได้ดี มีราคาถูก เหมาะสำหรับผลิตถังเก็บน้ำที่ใช้ภายในอาคาร ฝังใต้ดิน หรือมีหลังคาปกคลุม
เพื่อป้องกันไม่ให้แสงลอดผ่านผนังถังเก็บน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดตะไคร่น้ำภายในถังเก็บน้ำ
ถังบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ ดีอย่างไร
                เพราะถังบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ จึงสามารถรองรับปริมาณน้ำเสียได้มาก มีความแข็งแรง คงทน และมีประสิทธิภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ ทนต่อแรงกดดันใต้ดิน และน้ำหนักภายในถัง น้ำที่บำบัดแล้วให้ได้มาตรฐานก่อนระบายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เหมาะกับอุตสาหกรรมขาดกลาง จนไปถึงระดับใหญ่ เช่น โรงแรม โรงงาน เป็นต้น
ทำอย่างไรให้ค่า BOD จากที่พัก และโรงแรมผ่าน
ค่า BOD (Biochemical Oxygen Demand) หมายถึง ค่าวัดความเน่าเสียจากน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคที่ถูกทิ้งลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือจากเศษใบไม้ ค่า BOD จะแสดงให้เห็นถึงปริมาณออกซิเจนที่แบคทีเรียต้องการใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ กล่าวคือ ถ้าน้ำเสียมีค่า BOD ต่ำ
เมื่อถูกทิ้งลงในแหล่งน้ำจะไม่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำดังกล่าว โดยทุกโรงงานจะต้องทำการ pretreatment น้ำเสียก่อนที่จะส่งน้ำเสียนั้นไปรวมกับบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาล หรือโดยรวม
เพราะของเสียจากโรงงานมักมีค่า BOD และ COD สูงกว่าน้ำเสียจากชุมชน ซึ่งจะต้องมีค่ามาตรฐานเอาไว้เพื่อให้โรงงานได้ปฏิบัติตาม

โดยวิธีการปฏิบัติ มีดังนี้
การบำบัดขั้นเตรียมการ (preliminary treatment) คือการแยกสิ่งสกปรกโดยการใช้ตะแกรง
1.การบำบัดขั้นต้น (primary treatment) น้ำเสียที่ผ่านขั้นตอนจากข้อที่ 1 แล้ว จะถูกนำมาตกตะกอนในถังตกตะกอน ซึ่ง เรียกว่า primary sludge การบำบัดในขั้นนี้จะลดค่า BOD ได้ประมาณ 25-40% แล้วแต่คุณลักษณะของน้ำทิ้งและประสิทธิภาพของถังตกตะกอน
2.การบำบัดขั้นที่สอง (secondary treatment) น้ำเสียจากข้อ 2 จะถูกนำเข้าไปสู่ ถังบำบัดเติมอากาศ ซึ่งจะมีการเติมอากาศให้แก่แบคทีเรียโดยใช้เครื่องเติมอากาศ แบคทีเรีย ช่วยย่อยสลายและกำจัดสารอินทรีย์หรือ BOD ซึ่งอยู่ในรูปของสารละลายหรืออนุภาคคอลลอยด์ ออกไปจากน้ำ
กลายเป็นตะกอน ตกลงไปที่ก้นถังกากตะกอนในส่วนนี้จะถูกนำไปกำจัดต่อไป น้ำในส่วนบนของถังตกตะกอนจะใสขึ้น ในขั้นตอนนี้จะช่วยลดค่า BOD ลงได้ประมาณ 75-95% ซึ่งค่า BOD ของน้ำส่วนนี้จะต่ำกว่า 20 มิลลิกรัม/ลิตร สามารถปล่อยทิ้งลงสู่แม่น้ำได้แต่ถ้าต้องการความสะอาดเหมาะแก่การนำกลับมาใช้ใหม่เข้าสู่การบำบัดขั้นที่ 3 ต่อไป
3.การบำบัดขั้นที่สาม (Tertiary treatment) ต้องการความบริสุทธิ์สะอาดสามารถนำกลับมาใช้อุปโภคและบริโภคได้ กระบวนการบำบัดนี้จึงเป็นกระบวนการเคมีรวมกับฟิสิกส์ – เคมี น้ำทิ้งจากการบำบัด
ขั้นตอนที่สอง จะถูกนำมาตกตะกอนด้วยวิธีทางเคมีแยกสารประกอบฟอสเฟตออกด้วยปูนขาว จากนั้นจึงนำมากำจัดสารอินทรีย์ที่เหลืออยู่ด้วยกระบวนการทาง ฟิสิกส์ -เคมีด้วยวิธีการ ion exchange ซึ่งจะได้น้ำที่สะอาดเมื่อผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้วจะได้น้ำที่สะอาด
ผลที่ได้จากการทำ pretreatment น้ำ
น้ำมันขี้ผึ้งและของแข็งจากพืชและสัตว์ สามารถนำไปขายให้แก่อุตสาหกรรมสบู่, อาหารสัตว์และอื่นๆ
สามารถลดค่าใช้จ่ายในการที่ต้องจ่ายค่าบำบัดเพิ่มเติมให้แก่ทางเทศบาลหรือหน่วยงานกลาง
สามารถลด complaint จากทางเทศบาลหรือหน่วยงานกลาง
การใช้ถังที่มี 1. ตะแกรง (Screening) จะช่วยลด BOD 10 – 30%.

Message us

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึกการตั้งค่า